เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ นอกสถานที่ โทรสั่งปุ๊ป ส่งเปลี่ยนให้ปั๊ป
บีบีแบตเตอรี่ บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ นอกสถานที่ 087-908-4528

02 - 931 - 1735, 08 - 7908 - 4528

ความจุของแบตเตอรี่รถยนต์ (Ah)

ความจุของแบตเตอรี่รถยนต์ (Ah)

ความจุของแบตเตอรี่ (Ah) เป็นตัวกำหนดว่าแบตเตอรี่ลูกนั้นมีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟได้มากน้อยแค่ไหนและนานเ่ท่าไหร่ โดยการบอกอัตราการการจ่ายกระแสของแบตเตอรี่ลูกนั้นจะบอกเป็นต่อชั่วโมง (h) เช่น 45 แอมป์แปร์-ชั่วโมง 70 แอมป์แปร์-ชั่วโมง หรือ 90 แอมป์แปร์-ชั่วโมง โดยจะมีการเทียบอัตราส่วนภายใน 20 ชั่วโมง เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีความจุ 50 แอมป์แปร์-ชั่วโมง ก็จะมีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด 5 แอมป์แปร์ เป็นเวลานาน 10 ชั่วโมงเป็นต้น

ความรู้เรื่องแบตเตอรี่รถยนต์

ค่าความจุของแบตเตอรี่รถยนต์ (Ah)

ทีนี้เรามาดูค่าความแปรผันของแบตเตอรี่นะครับ ความจุของแบตเตอรี่จะแปรผันไปตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีความจุ 100 แอมป์แปร์-ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 25 ํซ. เมืออุณหภูมิลดลงเหลือ 0 ํซ. จะทำให้แบตเตอรี่เหลือค่าความจุ 90 แอมป์แปร์ชั่วโมง และเมืออุณหภูมิลดลงไปถึง -15 ํซ. แบตเตอรี่ก็จะเหลือค่าความจุเพียง 70 แอมป์แปร์-ชั่วโมง และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การสตาร์ทเครื่องยนต์ติดยากขึ้นในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเย็นจัด

แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีประไฟจุอยู่เต็มนั้น หากเราทิ้งไว้โดยที่ไม่มีการใช้งานเลย มันจะมีการคายประจุออกมาเอง เนื่องจากมีการเกิดปฎิกิริยาเคมีขึ้นภายในอย่างช้าๆ ซึ่งเราเรียกว่า “การคายประจุโดยตัวเอง” นีว่า (Self discharging) ปฎิกิริยาการคายประจุโดยตัวเองนี้ จะทำให้แบตเตอรี่สูญเสียพลังงานไปวันละประมาณ 0.5% ที่อุณหภูมิ 25 ํ ซ. และวันละประมาณ 1% ที่อุณหภูมิ 30 ํ ซ. ดังนั้นเราจึงควรนำแบตเตอรี่ที่ไม่มีการใช้งานไปทำการประจุใหม่ทุกๆ 2 สับดาห์ เพื่อให้แบตเตอรี่มีประจุเต็มอยู่เสมอ และเพื่อป้องกันการเกาะตัวของเกลือกำมะถัน (ซัลเฟต) ที่จะไปจับกับแผ่นตะกั่ว ซึ่งจะทำให้ประสิทธิของแบตเตอรี่รถยนต์ลูกนั้นลดลงและจะเป็นการยากที่จะแก้ไขให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ เพราะฉะนั้นรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานก็ควรนำแบตเตอรี่ไปประจุไฟนะครับไม่ใช้แค่ถอดขั่วแบตเตอรี่ออกแล้วไฟจะไม่หมดนะครับ

Incoming search terms:

Comments are closed.